🏝️ เกาะสมุย…ทะเลไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก
แต่กลับมีคนไทยน้อยคนที่เคยมาที่นี่
ด้วยชื่อเสียงที่ใครๆก็บอกกันว่า… “สมุย…แพงมาก!”
จนหลายคน ไม่กล้าวางแผนมาเที่ยวที่นี่กันสักครั้ง
ทริปนี้พวกเราจะพาไปพิสูจน์กัน
กับการเที่ยวเกาะสมุย 4 วัน 3 คืน แบบจัดเต็ม 🌊✨
✨ นั่งบีชคลับริมทะเล
✨ ขี่ Jetsurf ครั้งแรก
✨ ล่องเรือเที่ยวหมู่เกาะอ่างทอง
✨ และลองชาเลนจ์ 💸 ใช้เงิน 1,000 บาท เที่ยวสมุย 1 วัน จะพอมั้ย?
มาดูกันว่า เกาะสมุยจะมีอะไรให้เที่ยวบ้าง
และจะแพงจริงอย่างที่หลายคนคิดหรือเปล่า?
มาตามไปหาคำตอบพร้อมกันในคลิปนี้ได้เลย! 👇🎥
ตารางการเที่ยวสมุย 4วัน 3คืน
– ร้านหมูชมพู
– โรงแรม Ozo เฉวง
– Fisherman’s Village
– Coco Tam’s
– 79 Beach Club JetSurf
– เดินเล่นถนนเฉวง
– 1 Day Trip อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง
ทริปเที่ยวเกาะสมุย 4 วัน 3 คืนแบบจัดเต็ม พร้อมไขข้อข้องใจที่หลายคนมักจะได้ยินมาตลอดว่าไปเที่ยวสมุยแล้วค่าครองชีพสูงปรี๊ดจนหลายคนถอดใจ คลิปนี้เลยขออาสาพาไปพิสูจน์กันว่าเกาะสมุยสามารถเที่ยวแบบคุมงบได้จริงหรือไม่ พร้อมกับพาไปเช็คอินสถานที่ฮิตแบบครบทุกรสชาติ ทั้งสายคาเฟ่ สายกิจกรรม และสายธรรมชาติ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้เหมาะมากๆ สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวจัดกระเป๋าไปลุยทริปดำน้ำกระโดดข้ามเกาะทั้งสมุย พะงัน และเกาะเต่าช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ เพราะจะได้เห็นทั้งวิธีการเดินทางที่ช่วยเซฟงบและจุดแวะพักที่น่าไปตามรอยสุดๆ
เริ่มต้นกันที่วิธีการเดินทางสู่เกาะสมุยแบบสบายกระเป๋า แทนที่จะเลือกบินตรงลงเกาะสมุยซึ่งอาจมีราคาตั๋วไปกลับสูงถึงสองหมื่นบาทต่อสองคน ทางเลือกที่ชาญฉลาดและประหยัดกว่าเกินครึ่งคือการนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินสุราษฎร์ธานีแทน จากนั้นนั่งรถบัสไปที่ท่าเรือดอนสัก แล้วต่อเรือเร็วคาตามารันของลมพระยา ซึ่งใช้เวลาเดินทางรับลมชิลๆ บนเรือประมาณ 45 นาที เส้นทางเรือนี้ยังเป็นเส้นทางแวะพักที่ใช้เดินทางต่อไปยังเกาะพะงันและเกาะเต่าด้วย เรียกว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกแถมยังมีเงินทอนเหลือไปใช้กินเที่ยวบนเกาะได้อีกเพียบ
เมื่อเดินทางมาถึงเกาะสมุยและรับรถเช่าเรียบร้อย กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง ร้านแรกที่แวะไปฝากท้องคือ ร้านหมูชมพู ร้านอาหารใต้พื้นบ้านแท้ๆ ที่คนท้องถิ่นกระซิบแนะนำมา เมนูเด็ดที่ต้องสั่งมาลองคือหมึกผัดน้ำดำรสชาติกลมกล่อม หมูโคชุบน้ำพริก และแกงคั่วเห็ดหลุบที่มีเนื้อสัมผัสกรุบกรับคล้ายเอ็น ทานกับข้าวสวยร้อนๆ คือดีงามแถมราคายังน่ารัก หลังจากอิ่มท้องก็เดินทางไปเช็คอินเข้าที่พักที่ โอโซ่ เฉวง ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่ยืนหนึ่งเรื่องความสะดวกสบาย ใกล้ศูนย์การค้าและเดินไปหาของกินได้ง่ายมากๆ

ช่วงเย็นของวันแรกเป็นการไปสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืน เริ่มจากการไปเดินเล่นที่ฟิชเชอร์แมนวิลเลจ บริเวณหาดบ่อผุด ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าที่ถูกนำมารีโนเวทให้กลายเป็นถนนคนเดิน มีร้านค้า เสื้อผ้า และบาร์มากมาย จากนั้นย้ายไปนั่งรับลมทะเลที่ โคโค่ แทมส์ บีชคลับชื่อดังที่มองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกสวยงามแบบ 180 องศา ไฮไลท์ของที่นี่คือโชว์ควงไฟริมหาดสุดอลังการที่นักแสดงเอนเตอร์เทนคนดูได้เก่งมากๆ ประกอบกับเครื่องดื่มที่เสิร์ฟมาในแก้วใบใหญ่จุใจ เป็นการจบวันแรกที่สร้างความประทับใจได้สุดๆ



เข้าสู่วันที่สอง เป็นวันสำหรับสายลุยที่ชื่นชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีม กิจกรรมหลักคือการไปลองเล่น เจ็ตเซิร์ฟ ที่ 79 บีชคลับ ซึ่งเป็นบีชคลับแห่งเดียวในสมุยที่มีกิจกรรมนี้ เจ็ตเซิร์ฟคือเซิร์ฟบอร์ดที่มีเครื่องยนต์ซ่อนอยู่และควบคุมความเร็วด้วยรีโมทในมือ การเล่นครั้งแรกอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวและฝึกการทรงตัวบนบอร์ดอยู่บ้าง เพราะต้องกะจังหวะบิดคันเร่งให้พอดี หากเร่งแรงไปเครื่องก็จะพุ่ง หรือหากเบาไปบอร์ดก็จะจมน้ำ แต่เมื่อเริ่มจับจังหวะได้และสามารถยืนทรงตัวบนผิวน้ำได้แล้ว จะพบว่าเป็นกีฬาที่สนุกและท้าทายมากๆ ให้ความรู้สึกเท่ๆ คล้ายกับการเล่นสโนว์บอร์ดแต่มีอิสระบนผืนน้ำที่กว้างใหญ่

วันที่สามของทริปเปลี่ยนบรรยากาศออกไปทัวร์แบบเดย์ทริปที่ หมู่เกาะอ่างทอง อุทยานแห่งชาติที่มีความสวยงามระดับโลก ประกอบด้วยภูเขาหินปูนกว่า 42 เกาะ กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการนั่งสปีดโบ๊ทลอดเข้าไปในถ้ำที่มืดสนิทชวนให้ตื่นเต้นเร้าใจ ก่อนจะทะลุออกไปพบกับน้ำทะเลที่ใสแจ๋วเหมือนกระจกจนมองเห็นแนวปะการังใต้น้ำ จากนั้นไปปีนเขาเพื่อชมความงามของ ทะเลใน หรือเกาะแม่เกาะ ซึ่งต้องออกแรงเดินขึ้นบันไดที่ค่อนข้างชัน แต่ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือทะเลสาบสีมรกตที่สวยงามคุ้มค่ากับความเหนื่อย ต่อด้วยกิจกรรมพายเรือคายัคท้าแดดลอดอุโมงค์เกาะสามพี่น้อง และปิดท้ายด้วยการเดินเท้าขึ้นไปยังจุดชมวิวผาจันทร์จรัส ซึ่งใช้เวลาเดินขึ้นประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อชมวิวมุมสูงแบบพาโนรามาที่มองเห็นหมู่เกาะทั้งหมดเรียงรายกัน ทริปนี้ถือว่าได้ใช้ร่างกายคุ้มค่าสุดๆ
สำหรับวันสุดท้ายของทริป เป็นการทดสอบภารกิจการท่องเที่ยวด้วยงบประมาณเพียง 1,000 บาทต่อคนต่อวัน เริ่มต้นด้วยการเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับไปชมความแปลกตาของโขดหินริมทะเลที่ หินตาหินยาย ซึ่งเสียเพียงค่าจอดรถ 10 บาท จากนั้นไปแวะพักผ่อนที่คาเฟ่เล็กๆ น่ารักชื่อ สมุย โซเชียล เพื่อรับประทานอาหารจานเดียวแบบง่ายๆ ช่วงบ่ายตั้งใจขับรถไปเที่ยวน้ำตกหน้าเมือง แต่ปรากฏว่าช่วงนั้นไม่มีฝนตก น้ำตกจึงแห้งสนิท เลยต้องเปลี่ยนแผนบิดมอเตอร์ไซค์ไปนั่งรับลมทะเลชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ หาดลิปะน้อย ซึ่งเป็นหาดที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน เหมาะกับการนั่งพักผ่อนฟังเสียงคลื่นพร้อมกับจิบน้ำมะพร้าวเย็นๆ
ปิดท้ายวันด้วยการไปเดินหาของกินอร่อยๆ ราคาประหยัดที่ตลาดนัดกลางคืนหาดละไม ได้ลิ้มรสข้าวเหนียวมะม่วงและบาร์บีคิวไม้ใหญ่ เป็นอันจบภารกิจได้อย่างสวยงาม โดยใช้เงินไปไม่ถึง 1,000 บาทตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ แถมยังมีเงินทอนเหลือกลับมาด้วยซ้ำ
สรุปแล้ว เกาะสมุยไม่ได้มีแต่สถานที่ราคาแพงอย่างที่หลายคนเข้าใจ หากมีการวางแผนการเดินทางที่ดี เลือกวิธีการเดินทางที่เหมาะสม สลับการรับประทานอาหารในร้านท้องถิ่นกับคาเฟ่ชื่อดัง ก็สามารถสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สนุกและหลากหลายได้ ทั้งความสวยงามของหาดทราย กิจกรรมที่ท้าทาย และอาหารรสชาติอร่อย เป็นเกาะที่สามารถตอบโจทย์การมาพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
